2554 - ก้าวปัจจุบันของผู้นำแถวหน้าขายตรงไทยสู่ก้าวอนาคตกับความเป็น บริษัทมหาชน ในตลาดทุน
ภาพความมั่นคงและยั่งยืนของ บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (J&C) นับจากอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ก็คงปรากฏให้เห็นความเด่นชัดมากขึ้นทุกปี รวมถึงในปี 2554 ซึ่งถือเป็นปีแห่งการ เตรียมความพร้อมสู่อนาคตในอีก 3 ปีข้างหน้ากับการขับเคลื่อนบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอไอ (MAI) เป็น บริษัทมหาชน ให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ในขณะที่หลักเกณฑ์เบื้องต้นสำหรับการพิจารณานำบริษํทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯดังกล่าวจะต้องมีทุนมากกว่า 300 ล้านบาทรวมทั้งต้องมีกำไรแต่ล่ะปีไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท และมียอดขายโดยรวมมากกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งทั้งหมดนี้สอดรับกับความสำเร็จของ จอย แอนด์ คอยน์ (J&C) ที่จะขยับก้าวไปถึง ณ จุดนั้นได้โดยไม่ยาก
ทั้งดูได้จากยอดขายโดยรวมที่ยังคงไต่ระดับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะในปี 2554 นี้น่าจะปรากฏตัวเลขยอดขายโดยรวมมากกว่า 2,000 ล้านบาทอีกด้วยเช่นกัน ควบคู่ไปกับการปูรากฐานความแข็งแกร่งและความพรั่งพร้อมไว้รองรับอย่างมกมาย โดยเฉพาะการซื้อที่ดินแปลงล่ะไม่ต่ำกว่า 2 ไร่สำหรับขยายสาขาในจังหวัดต่างๆ อาทิเช่น ขอนแก่น, พิษณุโลก, หาดใหญ่, ตรัง, นครศรีธรรมราช, อุดรธานี และปัตตานี เป็นต้น เพื่อพัฒนาให้ธุรกิจมีความทันสมัยและใหญ่กว่าเดิมโดยบริษัทจะเป็นผู้ลงทุนทั้งหมดด้วยงบลงทุนต่อสาขาในแต่ล่ะจังหวัดไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาทเลยทีเดียว
และที่สำคัญกว่านั้นคือ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของผู้องการณ์ไกลอย่าง ดร.สมชาย หัชลีฬหา ที่มีเป้าหมายชัดเจนในการผลักดันธุรกิจให้ก้าวไปสู่ความเป็น ห้างขายตรง มาโดยตลอด ภายใต้แนวทางการพัฒนาธุรกิจโดยรอบอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบเทคโนโลยีที่เหนือชั้น และเหนือกว่าห้างสรรพสินค้าทั่วไป เพราะนอจากลูกค้าผู้บริโภคจะสามารถเข้ามาซื้อผลิตภัณฑ์สินค้ามากมายไปอุปโภคบริโภคได้แล้วยังสามารถเปลี่ยนรายจ่ายให้มาเป็นรายรับ รวมทั้งมีผลตอบแทนให้กับผู้แนะนำคนอื่นให้ได้รับโอกาสเข้ามาสู่ระบบเครือข่ายอีกด้วย นอกจากนี้ยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้ามากมายมากกว่า 10,000 รายการ และการมีระบบบริหารจัดการภายในขึ้นมารองรับให้กับพนักงาน บุคลากรทั้งองค์กรได้พัฒนาศักยภาพความรู้ด้วยการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องตลอด 10 ปีที่ผ่านมาและตลอดไป
รวมไปจนถึงการพัฒนารูปแบใหม่ทางการตลาดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ โดยการนำเอา จอยมาร์ท (JOINMART) และ จอย แอนด์ คอยน์ (J&C) มาผสมผสานทั้งเฮ้าส์แบรนด์และผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคมารวมกัน ก่อนขยับก้าวต่อไปสู่การเป็น ซุปเปอร์สโตร์ อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมกับการพัฒนาการสร้างองค์กรอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อก้าวไปสู่ความเป็น บริษัทมหาชน ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญของ จอย แอนด์ คอยน์ (J&C) ที่ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน
2553 - บทพิสูจน์ที่ยังคงก้าวทะยานบนเส้นทาง ผู้สร้างอาชีพที่มั่นคง
เช่นเดียวกับความสำเร็จในปี 2553 ของ บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (J&C) ซึ่งยังคงได้รับการการันตีในฐานะ ผู้สร้างอาชีพที่มั่นคง อีกหนึ่งรางวัลที่ได้รับจาก ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรีและชมรมผู้สื่อข่าว นับรวมถึงภาพความสำเร็จที่ต่อเนื่องจากปี 2552
จากการขยับขยายการลงทุนสู่ต่างประเทศ ด้วยการปรับธงรบตลาดขายตรงที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งว่ากันว่าเป็นการขยายตลาดต่างประเทศอย่างเต็มรูปแบบของขายตรงสัญชาติไทย เพราะมาเลเซียเป็นประเทศที่มีศักยภาพในธุรกิจขายตรง และเพื่อรองรับการเติบโตอีกหนึ่งก้าวกระโดดของ จอย แอนด์ คอยน์ (J&C) ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และรวมไปถึงการเตรียมเปิดสาขาต่างประเทศเพิ่มอีก 3 แห่ง ได้แก่ กัมพูชา เวียดนาม และจีน เป็นเป้าหมายต่อไป
อย่างไรก็ดีเป้าหมายในการรุกคืบตลาดทั้ง 3 ประเทศที่กล่าวมานี้ถือเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจค่อนข้างสูงโดยเฉพาะตลาดที่ประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่แต่มีข้อจำกัดในเรื่องข้อห้ามทางกฏหมายว่าด้วยการประชุมหรือชุมนุมกันไม่ได้ดังนั้นรูปแบบในการขยายตลาดจึงจะเป็นการขยายในรูปแบบของ อี คอมเมิร์ส เป็นลักษณะร่วมทุน (Joint Venture) ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการหาพาร์ทเนอร์มาร่วมธุรกิจในอีกสเต็ปหนึ่งต่อไป
นอกจากนี้ จอย แอนด์ คอยน์ (J&C) ยังเป็นหัวเรือใหญ่ในการผลึกกำลังความร่วมมือกับบริษัทขายตรงเพื่อร่วมกันจัดตั้งสมาคมพัฒนาการขายตรงไทย (TSDA) ขึ้นมา และถือเป็นหนึ่งในสมาคมฯที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมขายตรงไทย ซึ่งวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสมาคมฯเพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาขายตรงของไทยให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคและภาครัฐ ส่งเสริมและสนับสนุนสมาชิกดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส และเพื่อปกป้องสิทธิ์ของบริษัทสมาชิกกรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมทั้งทางด้านกฏหมายและอื่นๆ